:: Creation Church for Jesus Christ :: องค์กรคริสตจักรสร้างสรรค์เพื่อพระเยซูคริสต์ ::
  THEN
 
 
   
 

ความสว่างแห่งชีวิต : ความจริงแท้...ที่พบได้ในพระเจ้า


ดร. จิตติมา เลาห์พงศ์ไพศาล

อาจารย์ภาควิชาเคมี
คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น



ก่อนมารู้จักพระเจ้า ข้าพเจ้าคิดว่าเรื่องพระเจ้าเป็นศาสนาของคนต่างชาติ และคิดว่าเรามีศาสนาของตนเองแล้ว ข้าพเจ้าจึงไม่ได้สนใจที่จะศึกษาศาสนาอื่นเท่าไหร่นัก และในระหว่างที่ข้าพเจ้ายังอยู่ในวัยเรียนนั้น ข้าพเจ้าไม่สนใจอะไรนอกจากการเรียน เรียน และเรียน ข้าพเจ้ามุ่งแต่การเรียนและอ่านหนังสือเพื่อตนเอง ความตั้งใจในตอนนั้นคืออยากจะเป็นหนึ่งในทางวิชาการ ไม่สนใจเพื่อน ไม่สนใจกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น

ในระหว่างที่ข้าพเจ้ากำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นชั้นปีที่ 2 ข้าพเจ้าได้ไปพักผ่อนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนๆ ในช่วงปิดเทอมเพื่อคลายเครียดจากการอ่านหนังสือ เพื่อนๆ ชักชวนกันไปเที่ยวภูกระดึงในวันอาทิตย์ แต่เพื่อนคนหนึ่งขอเลื่อนเป็นโอกาสหน้าเพราะเขาเป็นคริสเตียนและจะไปคริสตจักร เมื่อข้าพเจ้าได้ฟังดังนั้นจึงขอไปที่คริสตจักรด้วย เพราะคิดว่าศาสนาคริสต์เป็นพวกศาสนาฝรั่ง ต้องมีคนต่างชาติเยอะ ข้าพเจ้าจะได้มีโอกาสฝึกภาษาอังกฤษ แต่เมื่อไปที่คริสตจักร ข้าพเจ้าก็ประหลาดใจที่ไม่พบคนต่างชาติเลย แต่ข้าพเจ้าประทับใจในหลักคำสอนที่อาจารย์เทศนาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นคำสอนที่ดี และต้องการจะมาศึกษาในช่วงปิดเทอมนี้เพราะมีเวลาว่าง หลังจากนั้น ข้าพเจ้าก็ไปคริสตจักรเรื่อยๆ เหมือนการไปเข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่ได้แสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจัง ข้าพเจ้าไปคริสตจักรเป็นเวลานานระยะหนึ่งจนจบปริญญาตรี

เมื่อข้าพเจ้าเริ่มทำงานและบรรจุเข้ารับราชการ ข้าพเจ้ารู้สึกเหน็ดเหนื่อยและขาดความสุข ข้าพเจ้าทำงานไปเรื่อยๆ เหมือนเช้าชามเย็นชาม เมื่อสิ้นสุดการทำงานแต่ละวัน ข้าพเจ้าอยู่ในสภาพหมดแรง วันหนึ่ง ข้าพเจ้าซบหน้าลงบนโต๊ะด้วยความเหนื่อยล้า และมองเห็นหนังสือพระคริสตธรรมคัมภีร์เล่มโตที่วางไว้บนโต๊ะ ข้าพเจ้าจึงพลิกพระคัมภีร์อ่านไปเรื่อยๆ เมื่อได้อ่านพระคัมภีร์แล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกมีความหวังและกำลังที่จะลุกขึ้นมาใหม่ แต่เมื่อข้าพเจ้าออกไปทำงานตามปกติ กลับมาก็รู้สึกเหี่ยวแห้งหมดแรงภายในที่จะทำงานต่อไป ข้าพเจ้าก็กลับมาเปิดพระคัมภีร์อ่านแล้วก็ได้รับกำลังสดใหม่พร้อมที่จะไปทำงานอีกครั้ง แต่เมื่อกลับมาจากการทำงาน ข้าพเจ้าก็อ่อนล้าอีก จึงกลับมาอ่านพระคัมภีร์อีก ข้าพเจ้าอยู่ในสภาพโซซัดโซเซเช่นนี้เป็นพักใหญ่ๆ ข้าพเจ้าจึงประจักษ์ว่า พระวจนะพระเจ้าเป็นความจริงแท้ และประทานชีวิตให้แก่เราได้ นี่คือ จุดเริ่มต้นของข้าพเจ้าในการแสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจัง

ต่อมา ข้าพเจ้ามีโอกาสมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข้าพเจ้าใช้เวลาส่วนใหญ่กับงานวิจัยและการเรียนอย่างมาก ในเวลานั้น ข้าพเจ้าละเลยและไม่ค่อยให้เวลากับการแสวงหาพระเจ้า หรือการร่วมสามัคคีธรรมกับพี่น้องคริสเตียนที่คริสตจักร ข้าพเจ้ามาคริสตจักรเหมือนเป็นหน้าที่ ไม่ค่อยสนใจสิ่งใด มักจะมาคริสตจักรสายและกลับก่อนเสมอ มีพี่น้องคริสเตียนผู้หนึ่งได้แนะนำให้ข้าพเจ้าฟังเทปคำเทศนา ข้าพเจ้าได้รับพระพรจากคำสอนอย่างมาก ข้าพเจ้าจึงเห็นคุณค่าพระวจนะของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น และจัดเวลาเพื่อเข้าศึกษาพระคัมภีร์ในหลักสูตรต่างๆ ที่คริสตจักรได้จัดขึ้น

แม้ข้าพเจ้าเป็นอาจารย์และนักวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่ข้าพเจ้าก็ปรารถนาที่จะเป็นนักวิชาการด้านพระคัมภีร์ด้วย เพราะข้าพเจ้าประจักษ์ว่า เรื่องราวของวิทยาศาสตร์และพระเจ้ามิใช่เรื่องที่ขัดแย้งกัน มนุษย์ศึกษาค้นคว้าวิทยาศาสตร์เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวมนุษย์ รวมทั้งอาจรวมไปถึงความปรารถนาที่จะเข้าใจตนเองด้วย อย่างไรก็ตาม วิทยาศาสตร์ไม่ได้เป็นคำตอบของทุกเรื่อง และไม่สามารถนำความอิ่มเอมใจมาสู่ชีวิตของมนุษย์ได้ แต่เรื่องราวของพระเจ้าที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ได้เปิดเผยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้แก่มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของมนุษย์ รวมทั้งยังกล่าวถึงสิ่งที่จำเป็นและครบถ้วนสำหรับมนุษย์ในการดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย

พระคริสตธรรมคัมภีร์กล่าวไว้ในพระธรรมปฐมกาลว่า พระเจ้าปั้นมนุษย์มาจากผงคลีดิน และเมื่อวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าขึ้น เราเองก็ทราบว่า ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยธาตุพื้นฐาน เช่นคาร์บอน ไฮโดรเจนและออกซิเจน ซึ่งเป็นธาตุเดียวกับดินนั่นเอง

วันนี้เราทุกคนมาจากดินแล้วเราก็จะกลับไปเป็นดิน เราเองไม่ได้เอาอะไรเข้ามาในโลก และเราทุกคนก็ไม่สามารถเอาอะไรออกไปเมื่อเราจบชีวิตลง เราทุกคนล้วนมาด้วยตัวเปล่า และเราทุกคนจะกลับไปตัวเปล่า แต่ชีวิตในระหว่างที่เราดำเนินในโลกนี้ จะไม่ว่างเปล่าหากเราดำเนินชีวิตตรงตามวัตถุประสงค์ของพระเจ้าผู้ที่สร้างเรา

เรื่องราวของพระเจ้าและราชกิจของพระองค์นั้น ไม่เพียงแต่เป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณของผู้ที่เชื่อหรือผู้ที่รู้จักพระเจ้าเท่านั้น แต่เป็นความจริงแท้ที่จำเป็นต่อมนุษย์ทุกคน เรื่องของพระเจ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่หลักคำสอนที่ดี แต่เป็นสิ่งที่จะเติมเต็มช่องว่างภายในใจของทุกคนให้อิ่มเอมอย่างครบบริบูรณ์ เรื่องราวของพระเจ้าเป็นความจริง ไม่ได้ขัดแย้งกับวิทยาศาสตร์ เพราะวิทยาศาสตร์พยายามค้นคว้าหาเหตุผลที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบๆ หรือในตัวมนุษย์ เพื่อคิดค้น พัฒนา หรือแก้ไข แต่พระคริสตธรรมคัมภีร์ พูดถึงสิ่งต่างๆ รวมทั้งมนุษย์อย่างที่พระผู้สร้างเปิดเผยซึ่งเพียงพอในการที่มนุษย์จะดำเนินชีวิตตรงตามเป้าหมายของพระผู้สร้าง พระวจนะของพระเจ้านำมาซึ่งความบริบูรณ์ทั้งในจิตวิญญาณ จิตใจ และการดำเนินชีวิตของเรา ข้าพเจ้าจึงปรารถนาที่จะเชิญชวนทุกท่านให้แสวงหาพระเจ้า เพื่อท่านจะได้รับชีวิตที่ครบบริบูรณ์เหมือนดังที่พระวจนะของพระเจ้าบันทึกไว้

ขอพระเจ้าอวยพระพรทุกท่านค่ะ
 
 
รู้จักพระเจ้า
รู้จักพระเยซูคริสต์
ความจริงแห่งชีวิต
ชีวิตแห่งพระพร
รวย...ด้วยรัก
(คุณมนตรี ศรไพศาล )
พระเจ้าทรงเป็นจริงในชีวิตเรา
(ภูริพัฒน์ ภูริวรางกูร)
รางวัลจากพระเจ้า
(ด.ญ. พัชรีพร จันทร์เพ็ญ)
เราต้องเชื่อก่อนแล้วจึงจะเห็น
ไม่ใช่เห็นแล้วถึงจะเชื่อ
(รศ.ดร.กิตติพันธ์)
กว่าจะถึงวันนี้ที่เรามี "เรา"
(รติยา & วรชัย)
ความสว่างแห่งชีวิต : ความจริงแท้...
ที่พบได้ในพระเจ้า (ดร.จิตติมา)
คำอธิษฐานรับพระคริสต์
 

   


Copyright © 2009-2016 by Creation Church for Jesus Christ, All Right Reserved
Email : webmaster@creation-church.com