:: Creation Church for Jesus Christ :: องค์กรคริสตจักรสร้างสรรค์เพื่อพระเยซูคริสต์ ::
  THEN
 
 
   
 

กว่าจะถึงวันนี้ที่เรามี “เรา”


รติยา มณฑาทิพย์กุล
นักวิชาการด้านพระคัมภีร์ คริสตจักรสร้างสรรค์กรุงเทพ

วรชัย มณฑาทิพย์กุล
เจ้าของกิจการเครื่องหนัง



เมื่อตอนเป็นเด็ก ดิฉันเป็นคนที่ช่างสงสัยและมักจะมีคำถามที่ไม่มีใครตอบได้เสมอ เช่น การทำความดีช่วยลบล้างความชั่วได้จริงๆ หรือ คนทำดีแล้วจะได้ไปสวรรค์จริงๆ หรือ ทำไมคนจึงไม่จริงใจต่อกัน ต่อหน้าเป็นอย่างหนึ่ง ลับหลังเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่จะว่าไปตัวดิฉันเองก็ไม่ดีไปกว่าคนอื่น เพราะดิฉันมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง เจ้าอารมณ์มาก มักจะมีปากเสียงกับน้องๆ เสมอ บางครั้งก็พาลใส่อารมณ์กับพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ทำให้ท่านเสียใจ ทั้งที่รู้ตัวว่าการกระทำเช่นนั้นผิด แต่พอถูกกระตุ้นก็ตกเป็นทาสของความโกรธทุกครั้งไป ไม่ว่าพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ จึงได้แต่ถามตัวเองว่าเราจะพ้นจากสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร ความช่างสงสัยของดิฉันยังทำให้ดิฉันมีปัญหากับคุณครูที่สอนทฤษฎีวิวัฒนาการของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ในสมัยเรียนอยู่ชั้น ป.6 ด้วย คุณครูบอกว่าโลกนี้แตกตัวมาจากดวงอาทิตย์แล้วค่อยๆ เย็นลง เมื่อเวลาผ่านไปหลายล้านปีจนถึงสภาวะที่เหมาะสมทำให้มีพืชและสัตว์เซลล์เดียวเกิดขึ้น และวิวัฒนาการจนกลายเป็นมนุษย์ในที่สุด ดิฉันถามคุณครูว่า “พืชเกิดขึ้นได้อย่างไร และสัตว์เซลล์เดียวมาจากไหน เป็นไปได้อย่างไรที่สิ่งไม่มีชีวิตจะให้กำเนิดแก่สิ่งมีชีวิต และถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริง ทำไมลิงในปัจจุบันจึงไม่กลายเป็นมนุษย์ให้เราเห็นบ้าง” คุณครูจึงโกรธและตำหนิดิฉันว่าอวดเก่ง คำถามนั้นดิฉันจึงยังไม่ได้รับคำตอบ

หลังจากเรียนจบ ม.6 ดิฉันได้รับโอกาสที่ดีจากครอบครัวและคุณอาให้ได้เข้ามาศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่กรุงเทพฯ ที่นี่เองมีบุคคลผู้หนึ่งได้เล่าถึงความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้าให้ดิฉันฟัง ครั้งแรกที่ได้ยิน ดิฉันถกเถียงและพยายามยกเหตุผลต่างๆ นานามาหักล้างเรื่องราวของพระเจ้า แต่ในที่สุดเพราะความสุภาพ ความมีน้ำใจ และความจริงใจของผู้นี้ ดิฉันจึงลองอธิษฐานกับพระเจ้าในเรื่องที่คิดว่าไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย แต่ปรากฏว่าดิฉันได้รับสิ่งนั้นจากพระเจ้า ดิฉันจึงลองอธิษฐานอีกหลายเรื่องซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากทั้งสิ้น เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แล้วก็ได้รับคำตอบจากพระเจ้าทุกเรื่อง ดิฉันจึงเริ่มเปิดใจศึกษาเรื่องพระเจ้า หลังจากได้ศึกษาพระคริสตธรรมคัมภีร์ของคริสเตียน ดิฉันก็ได้ค้นพบคำตอบที่ค้นหามานาน พระคริสตธรรมคัมภีร์บอกไว้ว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้างจักรวาล ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว โลก และสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่อยู่ในโลก รวมทั้งมนุษย์ สิ่งที่สะดุดใจดิฉันมากที่สุดก็คือ พระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้าสร้างพืชและสัตว์ตามชนิดของมัน ไม่มีวิวัฒนาการ นอกจากนี้ พระคัมภีร์ยังบอกว่าพระเจ้ารักมนุษย์และสละสภาพพระเจ้าลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ยอมให้คนจับพระองค์ไปตรึงบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของมนุษย์ แต่พระองค์ทรงฟื้นขึ้นมาจากความตายในวันที่สามและทรงพระชนม์อยู่นิรันดร์ พระองค์ทรงรักและปรารถนาจะช่วยมนุษย์ทุกคนให้พ้นจากความตาย ซึ่งเป็นผลจากความบาปและได้รับชีวิตที่ครบบริบูรณ์ นี่แหละคือคำตอบที่ดิฉันค้นหามานาน ดิฉันจึงได้มอบชีวิตติดตามพระองค์เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2529 นับเป็นเวลา 23 ปีแล้ว

ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงเปลี่ยนแปลงนิสัยของดิฉัน จากที่เคยเป็นคนเจ้าอารมณ์และเอาแต่ใจตัวเอง ให้เรียนรู้ที่จะระงับอารมณ์ มีเหตุผล มีความรัก มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ และยินดีสละความสะดวกสบายของตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้ ยิ่งกว่านั้น พระองค์ยังทรงนำให้ดิฉันได้พบกับเจ้าบ่าวในเวลาที่เหมาะสม ทั้งที่เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วดิฉันเช่าหอพักในซอยติดกับซอยบ้านของเจ้าบ่าว และเดินผ่านหน้าบ้านของเจ้าบ่าวเกือบทุกวัน แต่เราไม่เคยได้พบหน้ากันเลย จวบจนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เราได้พบกันครั้งแรกที่คริสตจักรและได้เรียนรู้จักอุปนิสัยของกันและกัน จนก่อเกิดเป็นความประทับใจที่มีต่อกันเรื่อยมาจนถึงวันนี้ เพื่อนบางคนล้อว่าแม้ว่าใช้เวลานานสักหน่อย แต่คู่ของเราก็หากันจนเจอในที่สุด ดิฉันจึงซาบซึ้งและอดที่จะขอบพระคุณพระเจ้าไม่ได้ค่ะ


ผมเกิดในครอบครัวคนจีนที่พ่อแม่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ ครอบครัวของผมทำกิจการเกี่ยวกับเครื่องหนัง ผมเป็นลูกคนกลาง ผมชอบช่วยพ่อทำงานมาตั้งแต่เด็ก เมื่อพ่ออายุมากขึ้นจึงผมได้รับความไว้วางใจให้สืบทอดกิจการของครอบครัว และด้วยเหตุที่ผมทุ่มเททำงานหนักอย่างต่อเนื่อง สุขภาพของผมจึงทรุดโทรมด้วยโรคไวรัสตับอักเสบบี จนไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่เหมือนเช่นเคย เวลานั้นผมรู้สึกตึงเครียด หดหู่ ไม่มีแก่ใจที่จะทำงาน ผมเริ่มแสวงหาทางออกด้วยการหันมาศึกษาหลักคำสอนของศาสนาอย่างจริงจัง มีหลายครั้งที่ผมปลีกตัวออกไปหาความสงบด้วยการวิปัสสนากรรมฐาน แต่ผมก็ไม่ได้พบความสงบที่แท้จริง เพราะเมื่อผมกลับมาบ้าน มาพบสภาพเดิมๆ จิตใจของผมก็กลับมารู้สึกหดหู่ขาดสันติสุขอีก มีครั้งหนึ่งผมตัดสินใจว่าจะทิ้งทุกอย่างแล้วไปบวชอย่างถาวร แต่ผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียก่อนจึงยังไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว้

หลังจากนั้นไม่นาน เพื่อนของผมได้แนะนำให้ผมได้รู้จักกับจักษุแพทย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเชื่อในพระเยซู และมักจะสละเวลาในวันเสาร์ไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ รักษาคนด้อยโอกาสในชนบทโดยไม่คิดค่ารักษา วันหนึ่งคุณหมอขอให้ผมช่วยขับรถพยาบาลพาท่านไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่จังหวัดยโสธร ผมก็ไปด้วยความเต็มใจ สิ่งที่สะดุดใจผมมากก็คือ คุณหมอทุ่มเทกับการรักษาคนไข้มาก ท่านทำงานจนแทบไม่ได้พัก ผมเห็นท่านเหนื่อยและอ่อนเพลียมาก แต่หลังจากที่ท่านได้ปลีกตัวไปอธิษฐานต่อพระเจ้าเพียงครู่เดียว ท่านก็กลับมาด้วยความสดชื่นอย่างอัศจรรย์ และสามารถทำการผ่าตัดดวงตาของคนไข้อีกหลายคน กว่าจะเสร็จงานก็ดึกดื่น ผมรู้สึกทึ่งกับสิ่งนี้มาก ต่อมาเพื่อนของผมคนนี้ได้มอบหนังสือให้ผมเล่มหนึ่ง ผมรับมาแล้ววางทิ้งไว้ไม่ได้ให้ความสนใจ แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสพบกัน เขาก็มักจะถามผมเสมอว่า อ่านหนังสือที่ให้ไปหรือยัง อ่านแล้วคิดอย่างไร ผมก็บอกเขาไปตามตรงทุกครั้งว่ายังไม่ได้อ่าน เมื่อถูกถามบ่อยขึ้น ผมจึงคิดว่าผมคงต้องอ่านหนังสือเล่มนั้นเสียทีเพื่อจะสามารถตอบเขาได้ เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนั้น ผมได้พบสัจธรรมที่ว่ามนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป เราทุกคนเป็นคนบาปตั้งแต่เกิด เราจึงทำบาปแม้ไม่มีใครสอนให้เราทำ เราทุกคนตกเป็นทาสของความบาป เราทำบาปมากมายในแต่ละวัน ทั้งบาปที่อยู่ในความคิด บาปที่แสดงออกมาเป็นคำพูดและการกระทำ ไม่มีใครเลยที่จะเอาชนะความบาปได้ การทำความดีของเราไม่สามารถลบล้างความบาปได้ แต่มีเพียงผู้เดียวที่จะลบความบาปของมนุษย์หมดไป ผู้นั้นคือพระเยซูคริสต์เจ้าผู้มาบังเกิดรับสภาพเป็นมนุษย์ที่บริสุทธิ์และไม่มีบาปเลย พระองค์ยอมตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของมนุษย์ทุกคน คนที่เชื่อเช่นนี้และยอมรับพระองค์เป็นพระเจ้าของตนก็จะได้รับการลบบาป แล้วพระเจ้าจะเข้ามาช่วยเหลือเขา ให้กำลังแก่เขาในการต่อสู้กับนิสัยบาป นำเขาไปสู่ชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุข และรับสันติสุขที่แท้จริงจากพระองค์ หนังสือเล่มนั้นยังบอกให้ผมรู้ถึง 5 ขั้นตอน ในการรับการช่วยเหลือจากพระเยซู

ขั้นที่ 1 คือ ต้องมีความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ซึ่งเป็นชีวิตที่ชนะความบาปต่างๆ
ขั้นที่ 2 ต้องรู้ว่าพระเยซูเท่านั้นที่จะช่วยเราได้
ขั้นที่ 3 ต้องตระหนักว่าตนเองเป็นคนบาป และต้องรับโทษของบาปนั้นด้วยการตกนรก
ขั้นที่ 4 ตระหนักว่าการทำดีไม่สามารถช่วยเราให้พ้นโทษของความบาปและไปสวรรค์ได้ เราจำเป็นต้องไปสู่
ขั้นที่ 5 คือ ยอมจำนนต่อพระเจ้า มอบชีวิตของเราให้พระเจ้าเป็นผู้ที่ช่วยเหลือยกโทษบาป

เพียงแต่ใจเรายอมให้พระองค์เข้ามาเป็นพระเจ้าของเรา ความบาปของเราจะถูกยกออกไป เราจะพ้นจากโทษของความบาป และมีชื่อจดไว้ในสวรรค์ ผมจึงตัดสินใจอธิษฐานต่อพระเจ้าตามคำแนะนำในหนังสือเล่มนั้น แล้วผมก็มีประสบการณ์กับพระเจ้าหลายอย่าง สิ่งที่ปรากฏชัดเจนก็คือ ผมได้รับสันติสุขในใจ แม้สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตของผมยังเหมือนเดิม แต่ผมกลับมองสถานการณ์เหล่านั้นด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป ผมขอบพระคุณพระเจ้าที่ต่อมาผมสามารถเลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มเหล้าได้ สุขภาพของผมก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ อาการอ่อนเพลียเหนื่อยง่ายก็หายไป และความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่งที่เห็นชัดเจนในชีวิตของผมก็คือ ผมรู้สึกละอายที่จะพูดคำสบถหรือคำที่ไม่สุภาพหรือไม่ให้เกียรติแก่ผู้อื่น ซึ่งเมื่อก่อนผมไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเลย ผมจึงเลิกพูดแบบนั้นจนเพื่อนๆ ของผมก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เช่นกัน

นอกจากนี้พระองค์ยังทรงนำให้ผมได้พบกับเจ้าสาวของผมในเวลาต่อมา หลังจากที่ผมได้พบเธอ ความคิดที่ว่าตลอดชีวิตนี้จะไม่แต่งงานก็เปลี่ยนไป เธอทำให้ผมรู้สึกอยากจะอยู่ใกล้ อยากดูแลเธอ และรับใช้พระเจ้าร่วมกับเธอตลอดไป พระเจ้าทรงยืนยันกับผมหลายครั้งว่าเธอคือคนที่พระองค์จัดเตรียมไว้สำหรับผม ผมจึงขอบพระคุณพระเจ้าครับ ...

ปัจจุบันเราทั้งสองได้เข้าร่วมประชุมนมัสการพระเจ้าที่คริสตจักรเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพราะเราได้รับคำสอนจากหลักการจากพระคัมภีร์ที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิต และเป็นรากฐานที่ทำให้ครอบครัวของเรามั่นคง คริสตจักรยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่เสริมสร้างครอบครัวของเราให้มีความสุข เพื่อเราจะเป็นพรต่อครอบครัวอื่นๆ ต่อไป เราจึงอยากเชิญทุกท่านมารับพระพรและสิ่งดีๆ ร่วมกับเราที่คริสตจักรสร้างสรรค์กรุงเทพครับ
 
 
รู้จักพระเจ้า
รู้จักพระเยซูคริสต์
ความจริงแห่งชีวิต
ชีวิตแห่งพระพร
รวย...ด้วยรัก
(คุณมนตรี ศรไพศาล )
พระเจ้าทรงเป็นจริงในชีวิตเรา
(ภูริพัฒน์ ภูริวรางกูร)
รางวัลจากพระเจ้า
(ด.ญ. พัชรีพร จันทร์เพ็ญ)
เราต้องเชื่อก่อนแล้วจึงจะเห็น
ไม่ใช่เห็นแล้วถึงจะเชื่อ
(รศ.ดร.กิตติพันธ์)
กว่าจะถึงวันนี้ที่เรามี "เรา"
(รติยา & วรชัย)
ความสว่างแห่งชีวิต : ความจริงแท้...
ที่พบได้ในพระเจ้า (ดร.จิตติมา)
คำอธิษฐานรับพระคริสต์
 

   


Copyright © 2009-2016 by Creation Church for Jesus Christ, All Right Reserved
Email : webmaster@creation-church.com