:: Creation Church for Jesus Christ :: องค์กรคริสตจักรสร้างสรรค์เพื่อพระเยซูคริสต์ ::
  THEN
 
 
   
 

พระเจ้าทรงเป็นจริงในชีวิตเรา



ภูริพัฒน์ ภูริวรางกูร

วิศวกรอาวุโส บริษัท ฟาบริเนท จำกัด





ผมเองไม่ได้เติบโตในครอบครัวคริสเตียน แต่มารู้จักพระเจ้าตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 1 ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ แน่นอนครับมันนานมาแล้ว สังเกตได้จากสีผม ในตอนนั้นผมเป็นเด็กนักเรียนในสายวิทย์ที่มีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งในการเรียน และในการทำงานหลังจากที่เรียนจบ ที่เลือกเรียนในสาขาวิชานี้ เพราะมองว่ามีความน่าท้าทายในความสามารถของเรา ได้รับการยอมรับจากคนทั่ว ๆ ไป และตอนนั้นเมื่อจบมาแล้วได้รับค่าตอบแทนสูง อีกทั้งเป็นคนที่เชื่อในสิ่งที่จับต้องได้ เข้าใจได้ จึงมองว่าสาขาวิชานี้จะตรงกับความเป็นตัวเรามากที่สุด ยอมรับว่าผมเองในตอนนั้นไม่ได้มีความสนใจในด้านศาสนาหรือความเชื่อใด ๆ เป็นพิเศษเลยแม้แต่น้อย เพราะคิดว่าเรื่องศาสนานั้นมีไว้เพียงเพื่อสอนให้คนทำดี ไม่ว่าศาสนาใดก็มีจุดมุ่งหมายเหมือนกันทั้งนั้น และคิดว่าเราเองก็ไม่ได้เป็นคนชั่วช้าอะไรนัก แม้บางอย่างอาจยังไม่ดีนัก แต่ก็มองว่าพร้อมที่จะเปลี่ยนตนเองให้ดีขึ้นได้แน่ในอนาคต

จนเพื่อนที่เรียนอยู่ที่คณะเดียวกันที่มาจากโรงเรียนเดียวกันได้ลองมาท้าทายให้รู้จักพระเจ้า ความรู้สึกของผมในตอนนั้นรู้สึกว่าเรื่องพระเจ้าเป็นเรื่องที่อยู่นอกความสนใจในชีวิตอย่างมาก ๆ ผมเองกลับคิดว่าเรื่องพระเจ้าเป็นเพียงนิยายโบราณปรัมปราหรือเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในอดีตและจบลงไปแล้ว ไม่มีผลอะไรต่อปัจจุบันและอนาคต ผมกลับยิ่งแปลกใจอย่างมากเข้าไปอีก เมื่อเพื่อนผมคนนั้นบอกว่าจะพาผมไปเจอพระเจ้า!!! โอ…นี่มันบ้าไปแล้วหรือเปล่า แต่ผมก็คิดว่าเขาไม่น่าจะบ้าเพราะเขายังพูดคุยรู้เรื่องและยังนั่งเรียนวิชาต่าง ๆ ด้วยกันกับผมอย่างปกติ ในวันนั้นผมไม่ได้ตัดสินใจมาโบสถ์ทันทีเพราะยังทำใจรับเรื่องแปลกๆ พิลึกกึกกือนี้ไม่ได้

หลังจากนั้นผมได้รับการชวนมาโบสถ์โดยเพื่อนผมอีกหลายคนที่เรียนคณะวิศวะในชั้นปีที่ 1 นี้อีกหลายคน หนึ่งในนั้นคือเพื่อนเด็กเทพสิรินทร์คนหนึ่ง ผมจำได้ว่าวันแรก ๆ ที่เข้ามาเรียน เพื่อนคนนี้ยังพูดจาเอะอะมะเทิ่ง ใช้สรรพนามเรียกเพื่อนและแทนตัวเองแบบที่วัยรุ่นคะนองปากเขาใช้กัน ซึ่งผมก็มองว่าไม่ได้แปลกอะไรเพราะก็เห็นใคร ๆ เขาพูดกันปกติ แต่ที่ผมสะดุดใจมากก็คือ เพื่อนคนนี้ได้ได้มาชวนผมไปโบสถ์ด้วยท่าทางและคำพูดที่สุภาพมาก เปลี่ยนไปจากเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้วที่เราเคยเห็น ทำให้ผมคิดว่าการลองมาโบสถ์มาหาพระเจ้านี่ก็น่าจะไม่ได้เลวร้ายอะไรหนำซ้ำ น่าจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นซะอีกโดยดูจากเพื่อนผมคนนี้ "การมาหาพระเจ้าน่าจะมีอะไรดีๆ กว่าที่เราคิดนะ!!!" ผมคิดอย่างนั้น แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจอะไรทั้งหมด และยังมองว่าเป็นเรื่องพิลึกกึกกืออยู่ดี เมื่อมีเพื่อนชวนมากขึ้น จนสุดท้ายผมตัดสินใจลองมาโบสถ์ดู ตั้งใจว่าจะพยายามรับรู้และเข้าใจทุกอย่างที่จะผ่านเข้ามาให้ดีที่สุด จะพยายามทำทุกอย่างที่เขาให้ทำและเราพอทำได้ให้มากที่สุด (ตอนนั้นก็แปลกใจว่าทำไมสถานที่ที่เป็นโบสถ์ถึงไม่ได้เป็นแบบที่เหมือนอาคารเก่าแก่โบราณ คนที่มาก็ทำศาสนกิจแบบเงียบๆ เราเห็นในหนัง แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะทุกสิ่งในตอนนั้นไม่ว่าอะไรมันก็แปลกใหม่สำหรับผมทั้งนั้นเลย) ในโบสถ์ก็มีการร้องเพลงแปลก ๆ ที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยเป็นเพลงเกี่ยวกับพระเจ้า เข้าใจบ้าง งงงงบ้าง ก็ไม่เป็นไร เพราะกะว่าจะมาวันนี้วันเดียวแค่นั้น และก็มีการเทศนาซึ่งแม้ผมฟังไม่เข้าใจทั้งหมด ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่รู้สึกประทับใจในเนื้อหาว่า ให้แง่คิดมุมมองที่ดีกับชีวิตเราเหมือนกัน (แอบคิดว่า อ้อ.. ที่แท้เราก็พอรู้เรื่องนะ แม้ว่าเป็นศาสนาที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน) พอตอนท้าย อาจารย์ที่เทศนาบอกว่าใครที่ยังไม่รู้จักพระเจ้าให้ออกมาที่หน้าเวที ผมก็นึกในใจว่า อาจารย์หมายถึงผมแน่ๆ เลยเพราะผมเองยังไม่รู้จักพระเจ้าเลย แล้วเราจะทำไงดี รู้สึกกล้าๆกลัวๆ ไม่รู้ว่าเขาจะให้ไปทำอะไร ก็รวบรวมความกล้าแล้วเดินออกไป แล้วอธิษฐานตามอาจารย์ เพื่อต้อนรับพระเจ้าเข้ามาในชีวิต ผมจึงคิดในใจว่า "แค่นี้เองเหรอ… ทำไมมันง่ายจัง… ทำให้เรากลัวซะตั้งนาน"

หลังจากนั้นผมก็กลับมานั่งทบทวนใหม่ว่าเราจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ดี ถ้าเรายังไม่รู้อะไรดีเลยแล้วกลับไปบอกเพื่อน ๆ ที่ชวนเรามาโบสถ์ว่า "นี่เป็นเรื่องโกหก พระเจ้าไม่จริง พวกคุณเสียสติไปเอง" ก็ดูจะเป็นคนที่ขาดจรรยาบรรณของการเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดีไปซะ เพราะในทางวิทยาศาสตร์ หากมีใครตั้งข้อสมมติฐานขึ้นมา จะต้องมีการทำการทดลอง รวบรวมผลการทดลอง ประเมินผลการทดลอง แล้วจึงจะสรุปได้ว่าข้อสมมติฐานนั้นเป็นจริงหรือไม่ ในเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน เราต้องลองดูก่อนว่าพระเจ้าเป็นจริงดังที่ว่าหรือไม่ ก่อนจะไปบอกได้ด้วยความมั่นใจ แม้วิธีการทดลองจะเป็นในรูปแบบที่เราไม่คุ้นเคย ไม่เข้าใจว่าจะเป็นไปได้อย่างไร นั้นคือการอธิษฐานกับพระเจ้า ถ้าพระเจ้ามีอยู่จริงพระองค์ต้องตอบคำอธิษฐานเราได้สิ!!! ผมก็เลยลองดู แล้วก็พบว่าเมื่ออธิษฐานขอในนามพระเยซูแล้วก็มีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นสอดคล้องตามคำขอ ไม่ว่าจะเรื่องการเดินทาง การเรียน สุขภาพ และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย แม้ว่าจะไม่ได้ทุกเรื่อง แต่ผมพบว่า ถ้าพูดเป็นภาษาทางวิทยาศาสตร์คือ "คำอธิษฐานขอ กับ สิ่งที่เกิดขึ้น มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญ" นั่นคือ มีกลไกที่มองไม่เห็น ที่เชื่อมโยง คำอธิษฐานขอ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งนั่นก็คือพระเจ้า หมายความว่าพระเจ้ามีจริง และพระองค์ทรงพูดคุยกับเรา และอวยพรเราได้ เมื่อผมพบความจริงนี้ด้วยตัวเองแล้วก็ถึงกับอึ้งไปเลย เพราะนี่คือความจริงที่เราพบที่ไม่เคยมีใครบอกเรามาก่อน ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ หรือ ครู และการอธิษฐานขอกับพระเจ้าไม่ต้องมีพิธีกรรมใด ๆ ที่ต้องทำเหมือนกับการขอจากสิ่งอื่น ๆ เลย ไม่ต้องถวายเครื่องเซ่น ไม่ต้องกรีดเลือด หรือวิธีอื่นใด ซึ่งอาจมองได้ว่าต้องอยู่ภายใต้วิธีการเหล่านั้นเพื่อเป็นการเชื่อมโยงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ขอนั้น แต่กับพระเจ้า แค่ใช้ความเชื่ออธิษฐานด้วยคำพูดกับพระเยซูเท่านั้น ไม่มีใครคนอื่นได้ยินอีกต่างหาก นั่นหมายความว่าโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ อยู่ในการควบคุมของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์ และหมายความว่าสิ่งที่พระคัมภีร์พูดไว้ทุกเรื่องก็เป็นจริงเช่นกัน ผมจึงตัดสินใจมาเป็นคริสเตียนและเดินกับพระเจ้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และค้นพบความจริงของพระเจ้าอีกมากมาย รวมถึงเรื่องที่เราล้วนเป็นคนบาปที่ต้องการให้พระเยซูชำระความบาปเราเพื่อเราจะรอดจากบึงไฟนรกเมื่อเราตายไป และจะได้เข้าในสวรรค์ไปอยู่กับพระเจ้า

ความจริงเป็นสิ่งที่เป็นสัจจธรรม แม้ว่าเราจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม เราอาจแสร้งทำเป็นลืมหรือไม่สนใจในความจริง แต่สักวันเราต้องเผชิญหน้ากับความจริงอยู่ดี พระเจ้าทรงเป็นความจริงที่เราทุกคนพิสูจน์ได้ หากพระเจ้าเป็นความจริงที่ผมประจักษ์มาแล้วฉันใด หากทุกท่านลองพิสูจน์ก็จะพบว่าพระเจ้าเป็นจริงในชีวิตส่วนตัวของท่านได้เช่นเดียวกัน
 
 
รู้จักพระเจ้า
รู้จักพระเยซูคริสต์
ความจริงแห่งชีวิต
ชีวิตแห่งพระพร
รวย...ด้วยรัก
(คุณมนตรี ศรไพศาล )
พระเจ้าทรงเป็นจริงในชีวิตเรา
(ภูริพัฒน์ ภูริวรางกูร)
รางวัลจากพระเจ้า
(ด.ญ. พัชรีพร จันทร์เพ็ญ)
เราต้องเชื่อก่อนแล้วจึงจะเห็น
ไม่ใช่เห็นแล้วถึงจะเชื่อ
(รศ.ดร.กิตติพันธ์)
กว่าจะถึงวันนี้ที่เรามี "เรา"
(รติยา & วรชัย)
ความสว่างแห่งชีวิต : ความจริงแท้...
ที่พบได้ในพระเจ้า (ดร.จิตติมา)
คำอธิษฐานรับพระคริสต์
 

   


Copyright © 2009-2016 by Creation Church for Jesus Christ, All Right Reserved
Email : webmaster@creation-church.com